ประกันภัยรถยนต์

ประกันอัคคีภัยและที่อยู่อาศัย

ประกันภัยทางทะเลและขนส่ง

ประกันภัยการเดินทาง

ประกันอุบัติเหตุ

ประกันภัยอื่นๆ

ประเภทรถยนต์และรถมอเตอร์ไซค์ที่รับประกันภัย

(ประกันภัยรถยนต์และรถมอเตอร์ไซค์)

การประกันภัยรถยนต์ จัดเป็นการประกันวินาศภัยประเภทหนึ่ง ให้ความคุ้มครองแก่ผู้เอาประกันภัยเมื่อเกิดความสูญเสียหรือความเสียหายอันเกิดจากการใช้รถยนต์
ซึ่งการประกันความเสียหายอันเกิดจากการใช้รถยนต์ ประกอบด้วย
ความเสียหายที่เกิดแก่รถยนต์เอาประกัน คือ ความเสียหายที่รถยนต์ได้ก่อให้เกิดขึ้นแก่ชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของบุคคลภายนอก รวมทั้งบุคคลที่โดยสารอยู่ในรถยนต์นั้น

การเลือกทำประกันรถยนต์ มีการแบ่งประเภทของประกันเป็นประกันชั้น1 ,ประกันชั้น2 และ ประกันชั้น 3 โดยบริษัท แนะนำการเลือกทำประกันภัยรถยนต์แต่ละประเภท ดังนี้

– ประกันชั้น 1 จะมีความคุ้มครองสูงสุด คือ คุ้มครองตัวรถเอาประกันทุกกรณี และคุ้มครองชีวิต/ทรัพย์สิน บุคคลภายนอก เหมาะสำหรับรถที่ยังไม่หมดภาระไฟแนนซ์ และรถที่ยังอายุไม่เกิน 10 ปี

– ประกันชั้น 2 คุ้มครองตัวรถเอาประกันกรณีสูญหาย ไฟไหม้ และคุ้มครองชีวิต/ทรัพย์สิน บุคคลภายนอก เหมาะสำหรับผู้ประกันที่ต้องการลดค่าใช้จ่าย ค่าเบี้ยประกันภัยลง

– ประกันชั้น 3 คุ้มครองเฉพาะชีวิต/ทรัพย์สิน บุคคลภายนอก ซึ่งเป็นการประกันภัยภาคสมัครใจขั้นต่ำที่เจ้าของรถทุกคน ควรต้องทำติดไว้ เพราะอุบัติเหตุนั้นเป็นสิ่งที่ไม่สามารถคาดเดาได้ โดยผู้ประกันจ่ายอัตราเบี้ยเพียงหลักพันบาท แต่คุ้มครองหลักแสน – หลักล้าน (ขึ้นกับแผนเบี้ยประกันที่เลือก) และยังคุ้มครองถึง 1 ปี

การเลือกทำประกันรถจักรยานยนต์ เช่นเดียวกับประกันรถยนต์ คือ มีการแบ่งประเภทของประกันเป็นประกันชั้น1 ,ประกันชั้น 2 และ ประกันชั้น 3 โดยบริษัท แนะนำการเลือกทำประกันภัยรถจักรยานยนต์แต่ละประเภท ดังนี้

– ประกันชั้น 1 คุ้มครองอุบัติเหตุจากการชนทั้งรถเราและคู่กรณี คุ้มครองรถหาย / รถไฟไหม้และรถลื่นล้มทั้งแบบที่ไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุและแบบไม่มีคู่กรณี โดยบริษัทฯ จะรับประกันรถจักรยานยนต์ ชั้น 1 ในรถกลุ่ม Big Bike เท่านั้น

– ประกันชั้น 2 คุ้มครองตัวรถเอาประกันกรณีสูญหาย ไฟไหม้ และคุ้มครองชีวิต/ทรัพย์สิน บุคคลภายนอก เหมาะสำหรับผู้ประกันที่ต้องการลดค่าใช้จ่าย ค่าเบี้ยประกันภัยลง

– ประกันชั้น 3 คุ้มครองเฉพาะชีวิต/ทรัพย์สิน บุคคลภายนอก ซึ่งเป็นการประกันภัยภาคสมัครใจขั้นต่ำที่เจ้าของรถทุกคน ควรต้องทำติดไว้ เพราะอุบัติเหตุนั้นเป็นสิ่งที่ไม่สามารถคาดเดาได้ โดยผู้ประกันจ่ายอัตราเบี้ยเพียงหลักพันบาท แต่คุ้มครองหลักแสน – หลักล้าน (ขึ้นกับแผนเบี้ยประกันที่เลือก) และยังคุ้มครองถึง 1 ปี โดยบริษัทฯ จะรับประกันรถจักรยานยนต์ทุกแบบ ที่มีอายุ 2 ปีขึ้นไป  ทั้งยังรับประกันรถที่ใช้วิ่งส่งของ Delivery ด้วย

ประเภทรถยนต์ที่รับประกันภัย มีดังนี้

รหัสรถ 110 – รถยนต์นั่งส่วนบุคคล (ไม่เกิน 7 ที่นั่ง)
ลักษณะการใช้งาน : ใช้ส่วนบุคคล

รถเก๋งทั่วไป

เป็นรถที่ใช้งานกันอย่างแพร่หลาย โดยในปัจจุบันรถเก๋งมีให้เลือกใช้หลายแบบ เช่น Eco Car Sedan Sport Car Super Car เป็นต้น

รถ SUV
(Sport Utility Vehicle หรือ Suburban utility vehicle)

เป็นรถยนต์ที่เน้นใช้งานค่อนข้างสมบุกสมบัน มีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ โดยรถยนต์ SUV นั้นมีพื้นฐานเดียวกันกับรถกระบะแล้วจึงนำมาดัดแปลงเป็นรถยนต์นั่ง โดยในภายหลังได้มีการปรับให้ใช้พื้นฐานของรถเก๋งเข้ามาเพื่อเพิ่มความสบายในการนั่งเข้าไปอีกด้วย

รถกระบะ 4 ประตู

เป็นรถยนต์ที่ใช้งานคล้ายกับรถ SUV ลักษณะด้านในตัวรถเหมือนกับรถเก๋ง แต่รถกระบะ 4 ประตูมีศักยภาพที่เหนือกว่ารถทุกประเภททั้งเก๋งและ SUV เนื่องจากพื้นที่กระบะหลังที่เปิดโล่ง สามารถขนของได้ลงตัวสำหรับการใช้งานมากกว่า

รหัสรถ 210 – รถยนต์โดยสารส่วนบุคคล (เกิน 7 ที่นั่ง)
ลักษณะการใช้งาน : ใช้ส่วนบุคคล

รถตู้

หรือที่รู้จักกันอีกชื่อว่า “รถแวน” เป็นรถโดยสารรูปทรง 4 เหลี่ยม หัวตัดสั้น มีประตูเลื่อนเปิดปิดด้านข้าง บรรทุกได้ประมาณ 12 -15 คน โดยรถตู้รหัส 210 จะใช้เป็นการส่วนตัว หรือใช้ในครอบครัวเท่านั้น (ทะเบียนตัวอักษร : น อ ฮ ฬ)

รหัสรถ 220 – รถยนต์โดยสารเพื่อการพาณิชย์ (เกิน 7 ที่นั่ง)
ลักษณะการใช้งาน : ใช้เพื่อการพาณิชย์

รถตู้

สำหรับรถตู้รหัส 220 จะเป็นรถตู้แบบเดียวกับรหัส 210 คือ เป็นรถโดยสารรูปทรง 4 เหลี่ยม หัวตัดสั้น มีประตูเลื่อนเปิดปิดด้านข้าง บรรทุกได้ประมาณ 12 – 15 คน โดยรถตู้รหัส 220 จะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้
– รับจ้าง รับส่งเฉพาะกลุ่ม เช่น รถรับส่งนักเรียน พนักงาน เป็นต้น (ทะเบียนตัวอักษร : น อ ฮ ฬ)
– รับจ้างสาธารณะไม่ประจำทาง (ทะเบียนตัวเลข : ป้ายเหลือง 30 – 35 , ป้ายขาว 36 – 39)

รหัสรถ 230 – รถยนต์โดยสารรับจ้างสาธารณะ (เกิน 7 ที่นั่ง)
ลักษณะการใช้งาน : ใช้รับจ้างสาธารณะ

รถตู้ (รับจ้างสาธารณะ)

สำหรับรถตู้รหัส 230 ก็จะเป็นรถตู้แบบเดียวกับรหัส 210 และ 220 เช่นกัน คือ เป็นรถโดยสารรูปทรง 4 เหลี่ยม หัวตัดสั้น มีประตูเลื่อนเปิดปิดด้านข้าง บรรทุกได้ประมาณ 12 – 15 คน โดยรถตู้รหัส 230 ภายนอกจะถูกตกแต่งให้มีลักษณะจำเพาะ เพื่อให้เห็นได้ชัดเจนว่าเป็นรถประจำทาง

รหัสรถ 320 – รถยนต์บรรทุกเพื่อการพาณิชย์
ลักษณะการใช้งาน : ใช้เพื่อการพาณิชย์

รถกระบะแบบตอนเดียว

ส่วนใหญ่จะเน้นสำหรับใช้ในเชิงพาณิชย์ สำหรับการขนส่งบรรทุกขนาดหนักเพราะเน้นพื้นที่ท้ายกระบะที่มากกว่าส่วนอื่น ในส่วนที่นั่งภายในรถมีแค่สองที่คือคนขับและผู้โดยสาร

รถกระบะตอนครึ่ง หรือ รถกระบะแคป

ถือกำเนิดประมาณปี 2528 โดยชูจุดเด่นเรื่องห้องโดยสารกว้าง เน้นความโอ่โถง สังเกตได้ว่าแคปที่ว่าจะเป็นเหมือนพื้นที่เก็บของด้านหลังที่ไม่อยากให้เปียกฝนตากแดด รถกระบะตอนครึ่ง หรือรถที่มีแคปนั้น ตอนครึ่งที่ว่า เป็นส่วนขยายห้องโดยสารให้กว้างขึ้น ไว้เพื่อให้ใส่สัมภาระเล็กน้อย (แบบไม่เปียกฝน/ลม/ฝุ่น) สามารถเอนนอนได้

รหัสรถ 730 – รถยนต์นั่งรับจ้างสาธารณะ (ไม่เกิน 7 ที่นั่ง)
ลักษณะการใช้งาน : ใช้รับจ้างสาธารณะ

แท็กซี่ส่วนบุคคล

ตามหลักการแล้ว รถแท็กซี่เขียวเหลือง ต้องเป็นแท็กซี่ส่วนบุคคล แต่ในปัจจุบัน รถเขียวเหลืองที่เป็นของเจ้าของอู่แท็กซี่ซื้อไว้แล้วให้คนเช่าขับก็มีบ้างเช่นกัน

แท็กซี่สหกรณ์

แท็กซี่สหกรณ์ จะเป็นแท็กซี่สีอื่นๆ ที่ไม่ใช่สีเขียวเหลือง โดยด้านข้างจะติดสติ๊กเกอร์บอกชื่อสหกรณ์ที่รถคันนั้นสังกัดอยู่ ในปัจจุบันที่เห็นมากจะเป็น สีชมพู สีเขียว สีฟ้า สีส้ม สีแดง เป็นต้น

รหัสรถ 610/620/630 – รถจักรยานยนต์
ลักษณะการใช้งาน : ใช้ส่วนบุคคล/ใช้เพื่อการพาณิชย์/ใช้รับจ้างสาธารณะ

รถจักรยานยนต์ หรือ รถมอเตอร์ไซค์

ยานพาหนะสองล้อที่ใช้เครื่องยนต์เบนซินหรือมอเตอร์ในการขับเคลื่อน ประเภทของจักรยานยนต์ขึ้นอยู่กับลักษณะการออกแบบใช้งาน เช่น ระยะทาง สภาพจราจร การท่องเที่ยว กีฬา การแข่งขัน เป็นต้น

ผลิตภัณฑ์อื่นๆ

นึกถึงประกัน นึกถึง.. นำสินประกันภัย